[099] Hong Kong Trip 2010 : Day 1

posted on 04 Nov 2010 15:31 by scarletichiro in Oversea
สวัสดีครับ กลับมาอัพบล็อกแล้ว
 
ได้ไปเที่ยวฮ่องกงกับเพื่อนๆมาเมื่อวันที่ 20-28 ตุลาคม
 
ปกติเค้าไปกัน 3-4 นี่ใส่กันเต็มที่เลย 55
 
ถือว่าเป็นทริปฉลองจบการศึกษาล่วงหน้า ให้รางวัลกับตัวเอง Cool
 
เป็นทริปที่ได้ลองอะไรหลายๆอย่างมากมาย
 
หาที่พักเอง จัดโปรแกรมเที่ยวเอง หานู่นหานี่เอง
 
เป็นทริปแรกเลยที่เดินทางออกนอกประเทศโดยไม่มีผู้ใหญ่ดูแล
 
ตอนแรกแอบตื่นเต้นปนกังวล กลัวจะมีปัญหาอะไรหลายๆอย่าง
 
แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี และสนุกมากๆ ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ไปด้วยกัน
 
มาลอนั่งนึกดูว่าตัวเองไม่ได้ไปฮ่องกงนานเท่าไหร่แล้ว
 
ไปฮ่องกงครั้งสุดท้ายเมื่อ
 
ฮ่องกงยังไม่ถูกส่งคืนให้จีน
 
ฮ่องกงยังมีค่าเงิน 3 บาทกว่าๆ
 
ฮ่องกงยังมีรถไฟฟ้าที่ไม่มีประตูกั้น
 
ฮ่องกงยังมีสนามบินนานาชาติชื่อว่า ไคตั๊ก
 
เอาเป็นว่า มันนานเกิน 15 ปีแล้วล่ะที่ได้ไปมาครั้งล่าสุด Foot in mouth
 
เหมือนอย่างทุกครั้งที่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ ก็อยากแบ่งปันประสบการณ์ให้เพื่อนๆด้วย
 
พร้อมแล้วก็มาด้วยกันเลย !!
 
...
 
(รูปกดดูเป็นขนาดใหญ่ได้ครับ Cool )
 
หลังจากที่เลื่อนวันไปมา และเกือบจะหาที่พักไม่ได้
 
เป็นช่วงเวลาหลายเดือนที่จดจ่ออยู่กับประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆเกาะหนึ่ง
 
ตั๋วเครื่องบินเรียบร้อย ที่พักจองเรียบร้อย ทุกอย่างเรียบร้อย
 
ช่วงเที่ยงกว่าๆวันที่ 20 ตุลาคมก็พร้อมเดินทางแล้ว
 
 
ขอบคุณแอร์พอร์ตลิ้งค์ที่ทำให้การเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิสะดวกสบายยิ่งขึ้น
 
ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็ถึงแล้ว สนนราคา 15 บาท (ราคานี้อยู่แต่ถึงสิ้นปีนะ)
 
ไปแถวๆเคาท์เตอร์เช็กอิน ก็เจอดลกับโอม แล้วก็ตามมาด้วยสอง
 
แต่สองจะแยกไปการบินไทย เพื่อใช้โปรโมชั่นให้คุ้มค่าก่อนหมดสิ้นปีนี้ 55
 
รออีกประมาณ 10 นาที อัพ ถม ตั้ม แต็ก ก็มาถึง ทีนี้ผู้ร่วมเดินทางก็ครบแล้ว
 
ได้เวลาบอกลาผู้มีอุปการะคุณอย่างเป็นทางการ คุณพ่อกับคุณแม่ อีก 8 วันเจอกันใหม่ครับ
 
ตอนเช็คอินก็มีเรื่องให้เหงื่อตก เพราะต้องจ่ายค่าโหลดกระเป๋าเพิ่ม ตัวเบาเลยทีเดียว Undecided
 
ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ไปตรวจพาสปอร์ตกันเถอะ
 
 
วันนี้คนไม่เยอะมากและก็ผ่านด่านตรวจของแบบไม่ลำบากมากนัก
 
มีเวลาอีกประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็เลยไปหาอะไรกินกันก่อนขึ้นเครื่อง
 
 
เพราะไฟลท์ของแอร์เอเชียไม่มีอาหารเสิร์ฟให้ (จริงๆก็มีแต่ต้องซื้อเอา)
 
กินไปเลยจะสะดวกกว่า และจขบ.ต้องกินยาแก้เมาเครื่องด้วย
 
เป้าหมายเป็นเบอร์เกอร์คิง จริงๆแล้วชอบเบอร์เกอร์คิงเหมือนกัน แต่เห็นราคาที่นี่แล้วชอบไม่ลง Foot in mouth
 
ก็เลยต้องขอจกของเพื่อนๆนิดหน่อยให้พอกินยาได้
 
ประมาณ 4 โมงเย็น สองแยกตัวไปก่อนเพราะเครื่องออกก่อน
 
แล้วก็ถึงรอบของพวกเราแล้ว ประมาณ 4 โมง 15 ก็เดินไปขึ้นเครื่องกัน
 
 
เครื่องจะออกแล้วยังอุตส่าห์เดินชิลกัน  Undecided
 
ขึ้นเครื่อง เก็บของ คาดเข็มขัดเรียบร้อย พร้อมออกเดินทางแล้ว
 
ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง ก็จะถึงสนามบินนานาชาติฮ่องกง
 
 
ขึ้นชื่อว่าสายการบินประหยัดแล้วก็ต้องทำใจหลายๆเรื่องหน่อย
 
สงสัยอย่างนึงว่า ทำไมแอร์เอเชียเครื่องใหม่ ระหว่างที่นั่งมันแคบกว่าเดิม
 
ความกว้างไม่ได้ด้อยไปกว่ารถตู้วินเท่าไหร่เลย Undecided
 
ความแคบนี่ยังทนได้ แต่บางทีผู้โดยสารที่เดินทางด้วยกันก็ไม่น่าทน
 
แถวหลังที่เรานั่งเป็นพ่อลูก 3 คน ที่คุณพ่อใจดีมาก ไม่ค่อยดุลูก
 
เด็กสองคนนี้ก็เล่นไปมา เตะที่นั่งหลายรอบ กำลังจะหลับ เจอเด็กเตะทีก็ตื่นที
 
อยากหันไปบอกว่า ไอ่เด็กเปรตนี่น้องครับ พวกมึงจะเตะเบาะทำซากอะไรช่วยนั่งเฉยๆได้มั้ยครับ
 
สนุกมากใช่มั้ย เล่นกันหาพ่อมึงเหรอ (อ้อ ลืมไป พ่อมันนั่งอยู่ข้างๆ Cry ) ขอบคุณครับ Cool
 
แต่เพราะเป็นวันแรกและไม่อยากอารมณ์เสีย เลยปล่อยไป ทนๆเอาหน่อย
 
นั่งๆ หลับๆ ขยับตัวได้นิดๆ ก็ถึงสนามบินนานาชาติฮ่องกงแล้ว
 
พยายามรีบเก็บของ รีบเดินออกไปให้พ้นๆเบาะแคบๆกับไอ้เด็กสองคนข้างหลัง
 
 
เหมือนทางเดินไปตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินจะช่วงยืดเส้นยืดสายได้เป็นอย่างดี
 
เพราะเดินไกลอยู่ แต่ความตื่นเต้นหลายๆอย่างทำให้รู้สึกว่ามันไม่ไกลเลย
 
แวะเข้าห้องน้ำกันแป็บนึง ก็เดินไปด่านตรวจคนเข้าเมืองกันเลย
 
 
ต้องนั่งรถไฟไปอีกอาคารนึง ช่วงย่นระยะทางไปได้หน่อยนึง (ประมาณนาทีนึงรถจะมาขบวนนึง)
 
 
ภายในขบวนรถ ออกตัวแรงจนแทบล้ม  Embarassed
 
 
จุดตรวจคนเข้าเมือง ไม่ใช่ห้างเซ็นทรัล  Cry
 
มาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วก็ต้องมาเขียนใบเข้าเมืองกันเพราะบนเครื่องดันไม่มีแจก
 
เขียนเสร็จแล้ว ลอกการบ้านกันแล้ว ก้ไปต่อแถวรอตรวจพาสปอร์ต (คนเยอะพอสมควร)
 
ตรงนี้แอบกังวลนิดหน่อย เพราะได้ยินมาว่าเจ้าหน้าที่ผู้หญิงบางทีจะมีปัญหา
 
อาจจะมีถามนู่นนี่นั่นบ้าง แต่ถ้าเราตอบไม่ได้หรือไปสะกิดต่อมอะไรเข้าอาจจะโดยซักเป็นคอมโบ
 
โชคดีที่เรื่องที่กังวลไม่มีปัญหา ถึงเจ็จะดูหน้าไม่รับแขกเท่าไหร่ แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี
 
จะมีดลที่ตรวจพาสปอร์ตต่อ แล้วเจ้าหน้าที่ถามว่า "เทน !!" ตามการได้ยินของดล
 
เราที่เดินออกมาก่อนได้ยิน ก็ประมวลภาษาได้ประมาณว่า เฟรนด์ เพื่อนมึงใช่มั้ย
 
ก็เลยตอบเยสไป เค้าก็โอเค แต่หน้าดลดูงงๆ ยังไม่โอเคเท่าไหร่ 55
 
ตรวจคนเข้าเมืองเรียยบร้อย ไม่มีใครที่ท่าทางหรือหน้าตาผิดระเบียบ ก็ออกไปรับกระเป๋ากัน
 
ด้วยความที่กว่าจะเขียนใบเข้าเมืองเสร็จ กว่าจะตรวจพาสปอร์ตเสร็จ กินเวลานานอยู่
 
เจ้าหน้าที่เค้าเอากระเป๋าลงจากสายพานให้แล้ว
 
ประมาณว่าพวกมึงไม่มากันซักที กูเอาลงให้แล้วกันนะ แหม เกรงใจจังเลยครับ Foot in mouth
 
 
ได้เวลาออกไปหาสองกันแล้ว สองถึงก่อนเวลานิดหน่อยเหมือนเที่ยวบินของเรา (ประมาณ 15 นาที)
 
สองยืนรอพร้อมน้ำมะม่วงในมือ สองมายืนรอเราเกือบชั่วโมงนึงแล้ว
 
(ขอโทษครับสอง คนมันเย๊อะะะะ Tongue out )
 
ก่อนที่จะออกจากสนามบิน เราต้องแลกบัตรสารพัดนึกประจำประเทศนี้กันก่อน
 
 
เอาละ เรียบร้อย พร้อมลุยฮ่องกง 8 วันแล้ว
 
ได้เวลาไปต่อรถประจำทางเข้าเมืองกันแล้ว
 
 
พอออกจากสนามบินแล้ว เราก็ไปจุดที่จะขึ้นรถประจำทางต่อเข้าเมืองกัน
 
สายที่เราจะนั่งกันคือ A21 ไปลงแถวๆย่านจอร์แดน จิมซาโจ๋ย ใกล้กันกับแถวที่พัก
 
ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ขึ้นอยู่กับว่ารถติดรึเปล่าด้วย แต่โชคดีที่เรามาถึงกลางคืน รถไม่ติดแล้ว
 
 
เกือบลืมแนะนำบัตรสารพัดนึก มีชื่อว่า Octopus Card
 
เป็นบัตรใช้แทนเงินสด หมดแล้วเติมได้ ประมาณสมาร์ทเพิร์ทบ้านเรา
 
ใช้ได้ตามร้านสะดวกซื้อต่างๆเช่น 7-11 หรือตามร้านอาหารหลายๆร้าน เช่น แมคโดนัลด์ ได้
 
มีประโยชน์ตรงที่ว่าเราไม่ต้องพกเงินไปเยอะ และก็ควบคุมค่าใช้จ่ายได้
 
วิธีใช้ก็เวลาเค้าคิดเงินแล้ว เราก็เอาบัตรนี้ไปแตะตรงเครื่องที่มีสัญลักษณ์เหมือนบนบัตร
 
มันก็จะหักเงินตามจำนวนจากบัตรของเรา สะดวกสบาย Cool
 
 
ระหว่างทางนั่งรถเข้าเมือง
 
ไม่เกินเวลาที่คำนวนมากนัก เราก็ลงรถมาแถวๆย่านจอร์แดน
 
เข้าใจคำว่ากระเหรี่ยงไปต่างประเทศก็ตอนนี้เอง มันจะดูเอ๋อๆ มึนๆ งงทิศงงทาง
 
และเราก็ดันลืมพิมพ์แผนที่ของที่พักมาด้วยว่าอยู่ตรงไหน Undecided
 
ต้องขอบคุณสองครับที่ช่วยโทรถามให้
 
ได้ความว่า เหมือนเราจะลงรถเร็วไป 2-3 ป้าย เพราะฉะนั้นต้องเดินตรงขึ้นไปอีก
 
ได้อามรณ์นักท่องเที่ยวมาก เดินลากกระเป๋ากันไปที่พัก
 
ประมาณ 15 นาทีก็เจอที่หมาย ที่พักของเราอยู่ใน Mirador Mansion อีกที
 
ขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้น 12 เช็คอินเข้าห้องพัก ระหว่างนั้นก็มีคุณลุงคนนึงท่าทางใจดีชวนสองคุยด้วย
 
เป็นคุณลุงหน้าจีนๆแต่พูดไทยได้ คุยไปคุยมากคุณลุงดันเป็นคนญี่ปุ่น
 
กรุ๊ปเราขนานนามว่า "คุณลุงญี่ปุ่นที่พูดลาวได้ ชอบประเทศไทย แต่ตอนนี้ทำงานอยู่ที่ฟิลิปปินส์" Embarassed
 
ถือว่าเช็คอินเข้าที่พักผ่านไปไ